สวัสดีตีสี่ครึ่ง วันที่ 3 ขอท้าคนไทยให้ทำตาม

สวัสดีตีสี่ครึ่ง วันที่3

ขอท้าคนไทยให้ตื่นตีสี่ครึ่ง ติดต่อกัน 21 วัน “เพราะชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะบอกว่าไม่มีเวลา” ที่จะทำตามฝัน ที่อยากเรียนภาษา ที่อยากลดน้ำหนัก และอีกมากมายที่เราเขียนใส่กระดาษเป้าหมายในปี 2017 ตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา แล้วก็บอกว่า “ยังไม่มีเวลา” ลองตื่นตีสี่ครึ่งสิ จะได้เวลาขึ้นมาอีกเยอะอย่างเห็นได้ชัด และเอาเวลามาใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจังแบบจับต้องได้ รวมทั้งไม่มีใครรบกวนอีกด้วย

ต่างประเทศเค้าทำตามๆกันอยู่พักหนึ่งเมื่อสองสามปีก่อนแล้ว ด้วย hashtag #21dayearly แต่คนไทยยังไม่มีใครทำตาม (จากที่ค้นดูแล้วนะ หรือทำแต่ไม่ได้บอกหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ไม่นับรวมชีวิตปกติของบางคนที่จำเป็นต้องตื่นอยู่แล้ว ต้องมาทำกับข้าวขายหรืออะไรประมาณนั้น) ส่วนคนไทยคิดว่าใช้ hashtag #สวัสดีตีสี่ครึ่ง ก็น่ารักดี และดูแปลกอีกด้วย

วิธีการง่ายมาก ตื่นตีสี่ครึ่ง ต่อเนื่องให้ได้ 21 วัน เมื่อนาฬิกาปลุกแล้วต้องตื่นเลย ต้องไม่กลับไปนอนต่ออีก ถ้านอนต่อไม่ไม่นับและปรับแพ้ ลองท้าทายตัวเองดูว่าจะทำได้มั้ย ไม่ได้ยาก ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้ความตั้งใจและการบริหารเวลาส่วนตัวนิดหน่อย แค่นั้นเอง

สิ่งที่ได้ทำเมื่อวาน

ได้ออกกำลังกาย, ได้เขียน blog, ได้ออกไปส่งภรรยา(ที่ปกติไม่ได้ไปส่ง), ได้ทำงานแบบที่ไม่มีใครรบกวน, ได้ดู clip ที่ inspire เรา (เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ เติ่มเชื้อไฟ และฝึกภาษา) ซึ่งปกติเราไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เท่าไร เพราะ “ไม่มีเวลา”

สิ่งที่รู้สึกได้รับกลับมาอย่างจริงจัง

ได้รู้สึกว่าเรามีทักษะการฟังภาษาอังกฤษดีขึ้นตามลำดับ เริ่มแยกแยะคำออกมาได้แล้ว เริ่มฟังเพลงสากลรู้เรื่องว่าเค้าร้องว่าอะไรบ้าง กล้ามเนื้อลำตัวด้านหน้า หน้าท้อง มีอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายสองวัน (ถ้าคนที่ออกกำลังกาย weight training จะเข้าใจว่าเป็นอาการบาดเจ็บตามปกติ) เพราะออกกำลังกายที่บ้านแบบไม่ใช้อุปกรณ์ตามนี้ ที่เน้นหน้าท้อง มีเวลาทำงานแบบไม่มีใครรบกวนมากขึ้น จัดสรรและบริหารตัวเองได้ดีขึ้น ได้เขียน blog ต่อเนื่องไม่ต้องทิ้งร้างอีกแล้ว

ยังคงทำกันต่อไป จริงๆก็ตั้งใจว่าจะทำไปตลอดเลย ไม่ใช่แค่ 21 วันหรอกแต่เป้าหมายแรกที่ต้องไปให้ถึงคือ 21 วันต่อเนื่องนั่นแหล่ะ

 

สวัสดีตีสี่ครึ่ง วันที่ 2 ยังทำได้

21dayearly day02

เมื่อคืนนอนดึก จริงๆนอนดึกมาสองคืนแล้ว (เที่ยงคืน) แต่ก็ยังตื่นตีสี่ครึ่งได้ ถ้าถามว่าง่วงมั้ย ไม่นะ หลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้ว เราจะไม่ง่วงเพราะเราไม่ได้อดนอน เราแค่นอนน้อยลง

ได้ประโยชน์อะไรบ้าง

การตื่นเช้าวันแรก(เมื่อวาน) ยัง งงๆ ว่าต้องทำอะไรบ้างดี แต่ก็ได้เขียน blog ที่ร้างมานานหลายเดือน, ได้ออกกำลังกาย, ได้ clear email, ได้วางแผนการทำงานของอีกสามวัน, ได้ฝึกภาษาอังกฤษ, ได้ดูคลิปที่สร้างแรงบันดาลใจ, ได้ถึง office เร็วขึ้น (ทำให้ได้เตรียมพร้อมที่จะทำงาน) และชีวิตไม่ต้องเร่งด่วนอีกด้วย

ง่วงมั้ย

อย่างที่บอกครับ ตื่นแล้วจะไม่ง่วง แต่ช่วงบ่ายเนี่ย มีเคลิ้มๆจะหลับในเอาให้ได้ แต่นอกนั้นก็ปกติดี แล้วเวลาเข้านอนก็จะหลับเร็วมาก ถ้าปกติเป็นคนที่นอนหลับยาก การตื่นเช้าจะช่วยให้เราทำเข้านอนแล้วหลับได้เร็วขึ้นมาก

เสียอะไรไปบ้างล่ะ

ไม่มีครับ นอกจากการนอนที่น้อยลง แต่ที่ถูกต้องเราไม่ควรนอนน้อยลงหรือว่าอดนอน เราควรเปลี่ยนเวลาเข้านอนให้เร็วขึ้นแทน แต่เมื่อคืนออกจาก office ดึกทำให้เข้านอนเร็วไม่ได้เท่านั้นเอง ก็ค่อยๆปรับตาม activity ที่เกิดแต่ละวันกันไป

เป้าหมายก็คือ จะต้องทำต่อเนื่องให้ได้ 21 วัน จะมารายงานกันทุกวันฮะ

วันแรกของ 21 day early ภารกิจ ตื่น 4.30 ต่อกัน 21 วัน!

21dayearly วันแรก

เริ่มนี้เริ่มต้นจาก ชายคนหนึ่ง ที่เค้าเริ่มภารกิจ เปลี่ยนเวลาตื่นเป็น 04.30 น. ของทุกวันให้ได้นาน 21 วัน ด้วยเหตุผลเบื้องหลังที่เรียบง่าย ก็คือ เมื่อตื่นเช้ากว่า เวลาชีวิตก็มีมากขึ้น เพราะว่าตื่นเช้าเราจะทำงานได้มากกว่าการนอนดึก เนื่องจาก การรบกวนที่มีน้อยกว่า เช่น สมองไม่ล้า จากการทำงานหนักมาทั้งวัน , เวลาตอบอีเมลก็ตอบได้รัวๆ โดยที่ไม่มีใครตอบกลับมาในตอนนั้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นกัน ส่วนที่ต้อง 21 วันต่อเนื่อง มาจากงานวิจัย ที่กล่าวไว้ หากเราต้องการทำนิสัยที่ดีๆบางอย่างให้ติดตัวกับเราไป เราต้องทำต่อเนื่องกันเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งชายคนแรกที่ทำ ทำต่อเนื่องนานเป็นปีทีเดียว (และก็ทำต่อไป)

ผมเคยปรับเวลาตื่นจากปกติประมาณ 6 โมงเป็นตี 5 แต่สิ่งที่ได้คือ ก็ไม่ตื่น และก็กด snooze ไปเรื่อยๆอยู่นั่นแหล่ะ จนเลิกไปเฉยๆ นอกจากนั้นนิสัยการนอนก็เปลี่ยนไปค่อยตื่นสายขึ้น จนปัจจุบัน ตั้งปลุก 6 โมง แต่ snooze และตื่นจริง 7 โมง!

ดังนั้นภารกิจตื่นนอน 04.30 จึงต้องเริ่ม กฏ กติกา มารยาท เรียบง่ายมาก คือ ต้องตื่น 04.30 ทุกวันต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 21 วัน, เมื่อมีนาฬิกาปลุกต้องตื่นทันที ห้าม snooze ห้ามนอนต่อ แค่นั้นครับ เรียบง่าย

ตื่นขึ้นมาทำอะไร? เรามีฝันอะไรที่เราอยากทำมั้ยล่ะ ทุกคนมี แต่ไม่มีเวลาทำ! ดังนั้น นี่คือเวลาที่เราจะได้ทำฝันของเราให้มันเป็นจริง ถ้าคนที่ไม่มีงานหรือภารกิจอะไรเร่งด่วนของชีวิต ไม่ต้องทำงาน office ที่ค้างมาจากเมื่อวานและวันก่อน ก่อนๆๆๆๆ ก็ฝึกภาษาอังกฤษสิครับ ภาษาอังกฤษดีพอที่จะสื่อสารหรือทำงานในบริษัทข้ามชาติแล้วหรือยัง เรามี skill ที่อยากเรียนรู้อีกมั้ย ภาษา programming ใหม่ๆ เทคนิคแปลกๆ หรืออื่นๆที่อยากเรียนรู้แล้วอยากทำ นี่คือเวลาชีวิตที่จะได้เพิ่มขึ้นมา

ชีวิตเราสั้นมากเกินกว่าจะบอกว่าไม่มีเวลาทำ แล้วเราก็ตายจากโลกนี้ไปโดยที่ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ

แถมท้ายอีกเรื่อง สำหรับคนที่ตื่นยาก ตื่นแล้วนอนต่อหรือ snooze ไปเรื่อยๆ การ snooze หรือ มีสิ่งที่มาปลุกแล้วเราไม่ตื่น จริงๆทำให้เราเหนื่อยกว่าปกติ เพราะเราน่าจะนึกออกเวลาที่เราตื่นนอน มันทรมานแค่ไหน เราไม่อยากตื่น เราอยากนอนต่อ แล้วเราก็ตัดสินใจที่จะนอนต่อ แล้วเราก็ถูกปลุกขึ้นมาอีก แล้วเราก็เหนื่อย ไม่อยากตื่น แล้วนอนต่อ นั่นทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ แล้วก็วนไปเรื่อยๆจนกว่าจะตื่นจริง สรุปสุดท้าย ไม่ได้พักผ่อนมากขึ้นเลย กับการหลับๆตื่นๆนั้น ตื่นไปเลยย่อมจะดีกว่า

review whey FitWhey – hyper-whey

review fitwhey hyper whey

รีวิว รสชาติ และ texture ของ whey FitWhey  –  hyper-whey ฉลากเทา

มาตรฐานการกิน

อันนี้ส่วนตัวผมเอง ก็คือ 1 scoop ประมาณ 35 grams กับน้ำอุณหภูมิห้อง 250 cc อ่านต่อ… “review whey FitWhey – hyper-whey”

คุณพ่อภรรยาผู้ลาจาก

leave alone

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ผมติดภาระกิจ ทำให้ไม่สามารถ update ได้เหมือนเดิม เนื่องจากพ่อของภรรยาผมจากไป ด้วยโรคมะเร็งตับ

มะเร็งตับ โรคร้าย ที่เป็นแล้วตายทุกคน

เท่าที่ผมหาความรู้และอ่านประสบการณ์มาจากหลายๆคนใน internet พบว่า ทั้งหมด เสียชีวิตในระยะเวลาที่มากน้อยต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระยะที่เจอ ว่าเจอระยะไหน แต่ว่าทั้งหมดยังไม่มีใครบอกว่า รอดมาได้นานหลายปีเลย หรือถ้ามีก็น้อยมาก อ่านต่อ… “คุณพ่อภรรยาผู้ลาจาก”

วิธีรินเบียร์ให้หอม และน่าดื่มมากที่สุด

how to drink beer

อยากรู้มั้ย ว่ารินเบียร์ที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร ทำไมจึงควรรินให้มีฟอง? ใส่น้ำแข็งทำไมถึงไม่อร่อย นอกเหนือจากที่น้ำแข็งละลาย ลองหาเก็บข้อมูลกันดูได้ครับ

เล่าเรื่อง beer anatomy ก่อน

เบียร์เกิดมาจากการหมัก ของ ยีสต์และข้าวบาร์เลย์ และฮอปเพื่อเติมกลิ่น ผลที่ได้จากการหมักก็คือ CO2 และแรงดัน ความหอม ที่เกิดมาจาก ยีสต์ และ การหมักสิ่งเหล่านี้ ซึมแทรกอยู่ในน้ำที่ใช้หมัก และกักเก็บเอาไว้อยู่อย่างนั้น รอวันที่เรามากิน ดังนั้น เราจะไม่ได้กินน้ำที่ใส่สิ่งเหล่านี้ แต่มันแทรกซึมอยู่ในนั้นเลยต่างหาก อ่านต่อ… “วิธีรินเบียร์ให้หอม และน่าดื่มมากที่สุด”